เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย

ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม

สถาบันเพื่อการศึกษาคัมภีร์ภาษาบาลีชั้นสูง อันเป็นคัมภีร์พื้นฐานบาลีพระไตรปิฎก คือ คัมภีร์ไวยากรณ์, คัมภีร์ภิธานัปปทีปิกา, คัมภีร์วุตโตทัย และคัมภีร์สุโพธาลังการ และจัดการศึกษาวิปัสสนาธุระ

SAM_0606

ยุคก่อตั้งสถาบันการศึกษาคัมภีร์สัททาวิเสส (พ.ศ. ๒๕๓๐)

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสมมหาเถระ) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสุทธิพงศ์ ได้ศึกษาพิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์แล้วเห็นว่า การศึกษาภาษาบาลีปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะทำให้ผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญแตกฉานภาษาบาลีเพียงพอต่อการศึกษาวิเคราะห์อรรถสาระในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาได้อย่างลุ่มลึก ท่านจึงเริ่มศึกษาค้นคว้างานด้านคัมภีร์สัททาวิเสส อย่างจริงจัง คัมภีร์แรกที่เริ่มศึกษาและดำเนินการปริวรรต คัมภีร์อภิธานัปปทีปิกาฎีกา และเพื่อให้งานด้านการศึกษาคัมภีร์เหล่านี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ท่านจึงลาพักงานประจำต่าง ๆ ในขณะนั้น คืองานในตำแหน่งคณบดีคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (ชื่อในขณะนั้น) งานในตำแหน่งเลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๓ และงานสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีที่วัดชนะสงคราม เป็นการชั่วคราว เดินทางไปจำพรรษาที่วัดท่ามะโอ จังหวัดลำปาง เพื่อศึกษาถึงวิธีการ กระบวนการการเรียนการสอนคัมภีร์หลักภาษาบาลีชั้นสูง และอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำคัมภีร์หลักภาษาบาลีชั้นสูงทั้ง ๔ นั้นมาจัดการเรียนการสอนให้แพร่หลายทั่วไป

หลังจากจำพรรษาที่วัดท่ามะโอได้หนึ่งพรรษา พระศรีสุทธิพงศ์ ได้เดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดชนะสงคราม และได้ดำเนินการขอต้นฉบับคัมภีร์อภิธานติปิฏกะจากสถานทูตพม่า (ชื่อในขณะนั้น) แล้วตั้งคณะทำงานเพื่อแปลเป็นภาษาไทย แต่ก็ประสบปัญหาในการทำงานเนื่องจากคณะทำงานไม่เคยเรียนคัมภีร์หลักภาษาบาลีชั้นสูง จึงไม่สามารถวินิจฉัยศัพท์วิจัยธรรมได้อย่างมีกฎเกณฑ์และหลักการ จึงเห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้พระภิกษุสามเณร ได้มีโอกาสศึกษาคัมภีร์หลักภาษาบาลีชั้นสูง เมื่อพระภิกษุสามเณรศึกษาคัมภีร์เหล่านี้อย่างแตกฉานแล้วก็จะสามารถศึกษาคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาระดับต่างๆ ได้โดยง่าย ทั้งสามารถวินิจฉัยศัพท์วิจัยธรรมได้อย่างถูกต้อง ท่านจึงจัดทำโครงการจัดตั้งสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆสขึ้น เพื่อให้เป็นสถานศึกษาคัมภีร์กัจจายนะ ปทรูปสิทธิ วุตโตทัย และสุโพธาลังการ พร้อมทั้งการเรียนการสอนการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมสนามหลวงและแผนกบาลีสนามหลวง เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ ณ มหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นต้นมา โดยมีสำนักงานทำหน้าที่บริหารชั่วคราวที่ คณะ ๑๑ วัดชนะสงคราม บางลำภู กรุงเทพมหานคร

ยุครับรองสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส (พ.ศ. ๒๕๓๕)
เพื่อให้สถาบันฯ สามารถดำเนินงานบริหารได้อย่างเป็นระบบและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ คณะกรรมการบริหารสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส จึงได้ดำเนินการนำคัมภีร์ สัททาวิเสส มาจัดเป็นหลักสูตรชั้นบาลีศึกษา (ชั้นปฐมบาลีและมัธยมบาลี) และวางระเบียบในการจัดการ เรียนการสอนเสนอต่อสภากรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเข้าสังกัดเป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัย อันจะเป็นการเริ่มต้นแห่งการบริหารอย่างเป็นระบบและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป สภากรรมการ บริหารมหาวิทยาลัยมีมติรับสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆสเข้าเป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สังกัดสำนักงานอธิการบดีDSC00678 (Small)

คเริ่มจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา (พ.ศ.๒๕๓๗)
ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ได้จัดทำโครงการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (ชั้นปริญญาตรี) โดยนำคัมภีร์สัททาวิเสสมาเป็นวิชาพื้นฐานทางด้านภาษาบาลี และคัมภีร์พระไตรปิฎกเป็นวิชาเอก เพื่อเปิดรับพระภิกษุสามเณรเปรียญธรรม ๕ ประโยคขึ้นไปเข้าศึกษา เริ่มแรกได้จัดเป็นหลักสูตรระยะสั้น ๖๐ วันเพื่อศึกษาและทดลองใช้หลักสูตร จากนั้นได้ขอความอุปถัมภ์สถานที่สำหรับใช้ทดลองใช้หลักสูตรจากเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ฟื้น ชุตินฺธรมหาเถร) วัดสามพระยา เจ้าประคุณสมเด็จฯ มีเมตตานุเคราะห์ให้ใช้โรงเรียนพระปริยัติธรรมเป็นสถานที่ทดลองใช้หลักสูตร จึงเริ่มทำการทดลองใช้หลักสูตรตั้งแต่วันที่ ๔ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ผลการทดลองปรากฏว่า การสร้างหลักสูตรมีความน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจในการใช้หลักสูตรมากยิ่งขึ้น

ยุคเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (พ.ศ.๒๕๔๐)
เมื่อโครงการทดลองจัดการศึกษาคัมภีร์สัททาวิเสสระยะสั้น ที่วัดสามพระยาสิ้นสุดลง จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อจัดทำ ร่างระเบียบและหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ โดยนำคัมภีร์พระไตรปิฎกมาจัดเป็นวิชาเอก และนำคัมภีร์หลักภาษาบาลีชั้นสูงมาจัดเป็นวิชาแกน ตามหลักการจัดหลักสูตรระดับอุดมศึกษา เสนอมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อจัดการเรียนการสอน โดยสังกัดคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สภากรรมการบริหารมหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้สถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส ดำเนินการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้ในภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๓๗ และในปีเดียวกันนั้น สภาวัฒนธรรมแห่งชาติและกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศให้เป็นปีทองของการศึกษาคณะสงฆ์ สภาการศึกษาของคณะสงฆ์ โดยการเสนอของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีมติยกสถานภาพสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส เป็น มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๓๗ วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๗ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ ทรงลงพระนามในประกาศคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๗
การจัดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา (พ.ศ.๒๕๔๘)
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม มีปณิธานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งว่า จะจัดการศึกษาเน้นเฉพาะวิชาการทางพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ และตระหนักว่าพุทธธรรม อันเป็นคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นหลักคำสอนที่แสดงถึงมรรคาแห่งชีวิตอันประเสริฐแก่มวลมนุษยชาติ ประกอบด้วยหลักปริยัติอันเป็นส่วนทฤษฎี ปฏิบัติอันเป็นส่วนแห่งการลงมือกระทำ และปฏิเวธ คือมรรคผลนิพพานอันเป็นผลแห่งการปฏิบัตินั้น กล่าวโดยสังเขปได้แก่หลักแห่งศีล สมาธิ และปัญญา หรือเมื่อกล่าวโดยภารกิจได้แก่ คันถธุระ อันเป็นส่วนปริยัติ และวิปัสสนาธุระ อันเป็นส่วนปฏิบัติซึ่งมีผลเป็นปฏิเวธดังกล่าวมา การศึกษาหลักพุทธธรรมอย่างบูรณาการนั้น ต้องศึกษาทั้งภาคปริยัติธรรม ซึ่งได้แก่คันถธุระ และภาคปฏิบัติธรรม อันได้แก่ วิปัสสนาธุระ จึงจะสามารถเข้าถึงปฏิเวธธรรมได้ในที่สุด
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม โดยการนำของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ อุปสมมหาเถระ ได้เสนอหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา สำหรับนิสิตระดับชั้นปริญญาโท ต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๘ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ มีมติอนุมัติให้วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม เปิดดำเนินการจัดการศึกษาได้ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ เป็นต้นมา เมื่อศึกษาครบกำหนดหน่วยกิตรายวิชาแล้ว นิสิตต้องเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกันเป็นเวลา ๗ เดือน จึงจะมีสิทธิ์เสนอสอบวิทยานิพนธ์ตามหลักสูตร

หลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ (พ.ศ.๒๕๕๓)
ภาษาบาลีได้รับยกย่องไว้ใน ๔ ฐานะ คือ ๑. สัมพุทธโวหารภาสา คือ ภาษาของพระพุทธเจ้า ๒. อริยโวหารภาสา คือ ภาษาของพระอริยเจ้า ๓. ยถาภุจจพรหมโวหารภาสา คือ ภาษาบันทึกสภาวธรรม และ
๔. ปาลิภาสา คือ ภาษาที่รักษาคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ ด้วยสถานะของภาษามคธทั้ง ๔ ประการดังกล่าวมา จึงอาจกล่าวได้ว่าภาษาบาลีเป็นภาษาของพระพุทธเจ้าการศึกษาพระพุทธศาสนาที่นับว่าใกล้เคียงพระพุทธดำรัสมากที่สุด คือ การศึกษาพระพุทธศาสนาจากตัวบาลี ซึ่งมีความละเอียดลึกซึ้งทั้งรูปศัพท์และความหมาย ผู้รู้ภาษาบาลีอย่างถ่องแท้เท่านั้นจึงสามารถเข้าใจพุทธประสงค์ได้อย่างชัดเจน ผู้ศึกษาภาษาบาลีที่จะมีความรู้จนสามารถวิเคราะห์วิจัยพระไตรปิฎก และนิพนธ์คัมภีร์ด้วยภาษาบาลีได้นั้น ต้องศึกษามูลภาษาของภาษาบาลี คือ ศัพทศาสตร์ นิฆัณฑุศาสตร์ ฉันทศาสตร์ และ เกฏุภศาสตร์ รวมทั้งคัมภีร์อันแสดงหลักวิเคราะห์วิจัย เช่น คัมภีร์เนตติปกรณ์ เป็นต้น
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม จึงได้จัดทำและพัฒนาหลักสูตรปริญญาเอก สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ เสนอมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสภามหาวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๒ มีมติอนุมัติให้วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม เปิดดำเนินการจัดการศึกษาหลักสูตรปริญญาเอกสาขา วิชาบาลีพุทธศาสตร์ได้ โดยเปิดการเรียนการสอนได้ในภาคที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ เป็นต้นมา
การจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรเพื่อพัฒนาพระสังฆาธิการ
๑. หลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) (พ.ศ.๒๕๔๘)
ด้วยเหตุที่พระพุทธศาสนามีความสำคัญยิ่ง ในฐานะที่เป็นสถาบันหลักหนึ่งในสามสถาบันหลัก อันมีผลต่อการดำรงคงอยู่ของชาติไทยดังกล่าวนั้น การทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาจึงเป็นภารกิจของชนชาวไทยผู้เป็นพุทธบริษัททั้งมวล ทั้งฝ่ายพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสงฆ์ได้รับมอบหมายโดยพฤตินัยจากพุทธบริษัท ให้เป็นผู้นำในการเผยแผ่และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา จนกล่าวได้ว่าสังคมไทยได้มอบหมายความรับผิดชอบในการดำรงรักษาพระพุทธศาสนาแก่พระสงฆ์ เป็นแกนหลัก
ดังนั้น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ร่วมกับภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ จึงขออนุมัติเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) ต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสภามหาวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๔๘ เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๘ เป็นต้นมา
๒. หลักสูตรประกาศนียบัตรการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา (ป.วภ.) (พ.ศ.๒๕๔๙)
ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ได้คำนึงถึงศักยภาพด้านวิปัสสนาภาวนา ให้กับเจ้าคณะพระสังฆาธิการ และพระภิกษุสามเณรผู้สอนวิชาพระพุทธศาสนา ให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักวิปัสสนา จึงได้เสนอหลักสูตรประกาศนียบัตรการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา โดยมีข้อกำหนดว่า เมื่อศึกษาครบหน่วยกิตแล้ว จะต้องเข้าปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาติดต่อกันเป็นเวลา ๓ เดือน สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีคำสั่งอนุมัติให้เปิดดำเนินการจัดการศึกษาได้ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙
IMG_5467

๑ ชื่อส่วนงาน ที่ตั้ง และประวัติความเป็นมาโดยย่อ
๑.๑ ชื่อส่วนงาน :
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม

๑.๒ ที่ตั้ง :
ที่ตั้งตามสำมะโนครัว : ๑๐๘/๕ วัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม หมู่ ๒ ต.หอมเกร็ด อ.สามพราน จ.นครปฐม ๗๓๑๑๐
ที่ตั้งสำหรับใช้ในการติดต่อทางไปรษณีย์: วัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ๗๓๑๗๐
โทรศัพท์/โทรสาร : สำนักงานวิทยาเขต ๐๓๔-๒๙๙๓๕๖
วิทยาลัยสงฆ์ ๐๓๔-๒๙๙๓๕๑
๑.๓ ประวัติความเป็นมาโดยย่อ :
พ.ศ. ๒๕๓๐ : จัดตั้งเป็นสถาบันการศึกษาภาษาบาลี ตามหลักอันมาในคัมภีร์สัททาวิเสส โดยใช้ชื่อว่า “สถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆส”
พ.ศ. ๒๕๓๕ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รับสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆสเข้าเป็นส่วนงานระดับสถาบันของมหาวิทยาลัย สังกัดสำนักงานอธิการบดี
พ.ศ. ๒๕๓๗ : ได้รับการยกสถานภาพจากสถาบันบาฬีศึกษาพุทธโฆสขึ้นเป็น “วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม” จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๔๓ : ได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนเพิ่มอีกหนึ่งสาขาวิชาคือสาขาวิชาพระพุทธศาสนา (สำหรับพระสังฆาธิการ, ครูสอนพระปริยัติธรรม และพระภิกษุสามเณรทั่วไป)
พ.ศ. ๒๕๔๘ : ได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนเพิ่มอีกหนึ่งสาขาวิชาคือ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
: ได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา
: ได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตร การบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.)
พ.ศ. ๒๕๔๙ : ได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตร การปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา (ป.วภ.)
พ.ศ.๒๕๕๒ : ได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบาลีพุทธศาสตร์ (ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ ๒/๒๕๕๒ เป็นต้นไป)